อ่านสร้างชาติ
คำถาม : ทำไมต้องทำโครงการนี้?
ตอบ : 1.การสร้างวัฒนธรรมการอ่านหนังสือจะสร้างความเปลี่ยนแปลง ระดับบุคคล ระดับสังคม และระดับประเทศชาติ
2.มีหนังสือดีๆ ผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งอยู่ในมือของผู้อ่าน และหากสามารถเคลื่อนย้ายหนังสือเหล่านั้นไปถึงผู้อ่านคนอื่นๆ ที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงหนังสือ ก็จะทำให้เกิดการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าของหนังสือเก่า
3.เราเชื่อว่าการส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมหนังสือมือสอง จะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมการอ่านอย่างกว้างขวาง
4.เราเชื่อว่าการจัดการเรื่องหนังสือรับบริจาคที่ดี ผู้รับหนังสือต้องเป็นผู้เลือกหนังสือที่ตัวเองต้องการ ไม่ใช่ถูกกำหนดโดยผู้บริจาค
5.เราเชื่อว่าเป็นการส่งเสริมเรื่องจิตสาธารณะ การให้และการแบ่งปันที่ทุกคนมีส่วนร่วม เป็นการสร้างสภาวะทางด้านความสุขซึ่งสามารถสร้างสรรค์ด้วยวิธีการให้
คำถาม : รับหนังสือประเภทไหนบ้าง และหนังสือดีในที่นี้คืออะไร ?
ตอบ : รับหนังสือทุกประเภทไม่ว่าจะเป็น วิชาการ นิตยสาร นวนิยาย เรื่องสั้น สารคดี หนังสือเรียนและหนังสืออ่านประกอบการเรียน ทุกเนื้อหา ภูมิศาสตร์ โบราณคดี ประวัติศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา จิตวิทยา ฯลฯ หนังสือที่ดีคือ อ่านแล้วได้ประโยชน์ สร้างแรงบันดาลใจ มีคติเตือนใจ รูจักคิดวิเคราะห์ เพิ่มทักษะชีวิต เพิ่มผลผลิตในการงาน
คำถาม : อยากให้ระบุจำนวนหนังสือเป็นตัวเลข ของความต้องการในแต่ละพื้นที่ ?
ตอบ : วาระแรก ต้องการระดม 1,000,000 เล่ม เพื่อการส่งให้กับโรงเรียน นักเรียน และบุคคลทั่วไปที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงหนังสือดี อยู่ห่างไกลและยากจน
คำถาม : หนังสือประเภทไหน ที่ต้องการเร่งด่วนที่สุด ?
ตอบ : ทุกประเภทที่เร่งด่วนเพราะแต่ละกลุ่มเป้าหมายล้วนขาดโอกาส ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่
คำถาม : นอกจากร่วมบริจาคหนังสือและประชาสัมพันธ์โดยการบอกต่อ สามารถมีส่วนร่วมในส่วนอื่นได้ไหม?
ตอบ : สามารถมีส่วนร่วมระดม ซอง(สีน้ำตาล) กล่อง แสตมป์ งบประมาณ เพื่อสนับสนุนการจัดส่งหนังสือ สำหรับคนที่มีเวลาว่างก็สามารถเป็นอาสาสมัครในภารกิจ คัดแยก-ซ่อมหนังสือ และ คีร์ข้อมูล
คำถาม : หนังสือเรียนชั้นประถม 5-6 รับหรือไม่ ?
ตอบ : รับครับสำหรับหนังสือเรียนทุกระดับชั้น อาจต้องรบกวนให้ดูว่า ยังทันสมัยอยู่หรือไม่ หากเป็นแบบฝึกหัดต้องเป็นแบบฝึกหัดที่ยังไม่ใช้ จักประโยชน์มาก
คำถาม : หนังสือที่บริจากจะซ้ำซ้อนกับโครงการห้องสมุดชุมชน ที่มีอยู่รึเปล่า?
ตอบ : เป็นโครงการที่ส่งเสริมสร้างวัฒนธรรมการอ่าน ด้วยวิธีการที่ผู้อ่าน (เด็ก เยาวชน ห้องสมุด กลุ่มองค์กรชาวบ้าน ชุมชน)เป็นผู้เลือกเอง
คำถาม : ขอขายหนังสือให้ได้ไหม แต่ในราคาเล่มละ 2-3 บาท จากปก 50-60 บาท เพราะอยากให้ผู้คนเห็นคุณค่า ?
ตอบ : วิธีการดำเนินโครงการ ก็เล็งเห็นประเด็นนี้เช่นกัน จึงออกแบบให้หนังสือมีราคา 10-30%จากราคาปก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้พอมีกำลังสามารถซื้อได้ในราคาถูก เป้าหมายเพื่อระดมเงินเข้ากองทุนส่งหนังสือให้ผู้ที่อยู่ห่างไกลและยากจน
หมายเหตุ ช่วง เดือนกุมภาพันธ์ เมษายน 52 นี้ ทางโครงการมีจุดรับ อยู่ที่ร้านใบจากในสถานีบริการน้ำมันบางจาก และ 108 shopทั่วประเทศ
คำถาม :ถ้าเราส่งหนังสือที่มีเนื้อหาขัดแย้งต่อสภาพสังคมปัจจุบัน ตามความเชื่อของเราที่มองว่ามีสาระ เช่น ปรัชญาการเมือง หรือวรรณกรรมหนักๆ จะกลายเป็นการครอบงำ เด็กหรือคนในชุมชนหรือไม่ ?
ตอบ : น่าจะเป็นการเปิดโลกแห่งเรียนรู้มากกว่า
คำถาม :ใช้มาตรฐานอะไรมาชี้วัดว่า การบริจาคหนังสือของโครงการนี้ ประสบความสำเร็จ ?
ตอบ :ทางโครงการฯ ได้ดำเนินการออกแบบสำรวจความคิดเห็น โดยแบ่งคำถามออกเป็น 2 หัวข้อหลัก คือ
1.กลุ่มเป้าหมายมีความต้องการอ่านหนังสือประเภทใดมากที่สุด โดยนำผลการประเมินมาวิเคราะห์ และแยกประเภทว่ากลุ่มคนวัยไหน เพศอะไร ที่อ่านหนังสือมากที่สุด และอ่านหนังสือประเภทใด เพื่อนำมาใช้ประกอบการบริหารจัดการหนังสือมือสอง
และคำถามอีกส่วนหนึ่งคือ
2.กลุ่มเป้าหมายมีความคิดเห็นและความรู้สึกอย่างไรหลังจากที่ได้อ่านหนังสือแล้ว โดยนำผลการประเมินมาทำการวิเคราะห์ว่าหนังสือมีอิทธิพลต่อคนคนหนึ่งอย่างไร และกลุ่มเป้าหมายเกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านความคิดและการกระทำอย่างไรบ้าง
ซึ่งในส่วนนี้จะได้มีการประเมินผลต่อเนื่อง โดยได้ออกแบบสอบถามเตรียมไว้สำหรับรอบสอง คือ สอบถามคนใกล้ชิดของกลุ่มเป้าหมายว่าหลังจากที่กลุ่มเป้าหมายอ่านหนังสือไป แล้วกลุ่มคนใกล้ชิดมีความคิดเห็นและรู้สึกอย่างไรต่อกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำผลการประเมินมาวิเคราะห์ต่อเนื่อง
คำถาม :มีหนังสือนิทาน ที่เป็นรูปภาพสวยมากๆ เหมาะสำหรับ เด็ก ก่อนวัยเรียนมาบริจาค เชื่อว่าคงสร้างจินตนาการ และโน้มนำไปสู่ความคิดที่ดีงาม แต่ ... เมื่อส่งหนังสือลงไปในชุมชน แล้วจะมีใครบ้างนะที่คอยทำหน้าที่ อ่านนิทานให้เด็กๆในชุมชนฟัง หรือคอยแนะนำหนังสือดีๆให้เด็กได้เรียนรู้ ?
ตอบ : เราเชื่อว่า หนังสือที่ดีจะมีอำนาจซึ่งเบื้องต้นทำหน้าที่ของมันเองอยู่แล้ว ในการเปิดโลกทัศน์ สร้างแรงบันดาลใจ ฯลฯ และโครงการก็ประสาน ถ้าเป็นโรงเรียน ก็ผ่านครูผู้มีหน้าที่ดูแลห้องสมุดหรือมุมหนังสือ ถ้าห้องสมุดอื่นๆก็เป็นบรรณารักษ์
คำถาม : หนังสือภาษาอังกฤษ รับไหม ?
ตอบ : รับครับ
คำถาม :อยู่เชียงใหม่ ค่ะ มีหนังสือหลายประเภท เยอะมาก แต่ไม่รู้ว่าจะส่งได้ด้วยวิธีไหน คะ ต้องส่งไปที่มูลนิธิที่กรุงเทพฯ อย่างด้วยเลยหรือคะ
ตอบ : ช่วง เดือนกุมภาพันธ์ เมษายน 52 นี้ ทางโครงการมีจุดรับ อยู่ที่ร้านใบจากในสถานีบริการน้ำมันบางจาก และ 108 shopทั่วประเทศ